ไปวิ่งงานจอมบึงมาราธอนกันดีกว่า ว่ากันว่าเป็นงานที่ดีที่สุด

หลายปีมานี้ มีการจัดแข่งวิ่งมาราธอนหลายรายการในเมืองไทย ทั้งวิ่งเพื่อการกุศลหรืออื่นๆ แล้วก็มีผู้คนสมัครเข้ามาร่วมวิ่งเป็นจำนวนมาก แทบจะทุกเพศทุกวัย มีหลากหลายอาชีพ แล้วในบรรดางานวิ่งมาราธอน งานที่จอมบึงคืองานที่ว่ากันว่าจัดได้ดีที่สุด ในปีนี้ งานเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 11-15 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา แล้วก็จบลงด้วยดี

สำหรับผู้สนใจจะเข้าร่วมงานในปีถัดไป มาทำความรู้จักกับงานวิ่งมาราธอนที่จอมบึงกันเล็กน้อย

งานนี้เป็นงานใหญ่ที่เริ่มต้นจัดมายาวนานตั้งแต่ปีพ.ศ.2528 จวบจนวันนี้มาถึง ปี พ.ศ.2560 ก็ผ่านมา 32 ปีแล้ว งานมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ก็ยังมีผู้เข้าร่วมการวิ่งเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆทุกครั้ง

เดิมทีนี่เป็นงานวิ่งมาราธอนขนาดเล็กที่จัดขึ้นเพื่อสุขภาพ ผู้ริเริ่มความคิดจัดงานนี้คือ อาจารย์ของวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง อาจารย์ณรงค์ เทียนเมฆ และ อาจารย์สมจิต สง่าพันธุ์ เป็นแกนหลักในการจัดงาน ครั้งแรกมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 100 คน แผนการวิ่งก็จัดอย่างเรียบง่ายแบบครูชาวบ้าน เก็บค่าสมัครเพียงคนละ 20 บาท ระยะทางวิ่งอยู่ที่ 10 กิโลเมตร จุดสตาร์ทอยู่ที่ถ้ำเขาบิน เส้นชัยอยู่ที่ถ้ำจอมพล การจัดงานครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้มีการจัดงานในปีถัดๆมาอีกครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมไปโดยปริยายที่จะต้องจัดงานวิ่งมาราธอนที่จอมบึงเป็นประจำทุกปีภายในช่วงเดือนมกราคม แล้วก็มีการเพิ่มระยะทางวิ่งให้ไกลขึ้นมาเรื่อยๆ ในปีพ.ศ.2542 จึงได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า จอมบึงมาราธอน เพราะทางคณะกรรมการได้กำหนดระยะทางวิ่งไว้ยาวถึง 42 กิโลเมตร

งานจอมบึงมาราธอนจึงกลายเป็นงานใหญ่ประจำปีที่บรรดานักวิ่งทั่วประเทศไทยต่างก็กล่าวกันว่า “เป็นงานดีที่สุด” และ “หากชีวิตนี้ยังไม่เคยได้เข้าร่วม ก็ถือว่ายังไม่ใช่นักวิ่งที่แท้จริง”

อีกข้อหนึ่งที่ทำงานจอมบึงได้รับการยกย่องมาก ก็เพราะเป็นต้นแบบของการจัดแข่งวิ่งที่เริ่มให้นักวิ่งได้มีโอกาสมาร่วมกันสังสรรค์ในตอนเย็นได้ ก่อนจะเริ่มแข่งขันวิ่งในเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะนักวิ่งจำนวนมากที่มาชุมนุมนั้นก็มาจากหลายสถานที่ จึงต้องมาพักค้างคืนก่อน งานสังสรรค์ในตอนเย็นจึงเท่ากับเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้เตรียมความพร้อม และได้รับประทานอาหารในงาน เปิดโอกาสให้พบปะเพื่อนฝูงนักวิ่งเพื่อสุขภาพกันได้

ในปีพ.ศ.2544 งานจอมบึงก็ยกระดับขึ้นเป็นงานระดับประเทศที่ได้รับงบประมาณจากทางหน่วยงานราชการ เมื่อทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักของรายการ จากนั้นก็เป็นเรื่อยมาถึงปัจจุบัน จึงเพิ่มชื่อการแข่งขันเข้าไปอีกว่า “สสส.จอมบึงมาราธอน” แต่สำหรับนักวิ่งขาประจำแล้ว งานนี้ก็ไม่ได้เป็นงานของหน่วยงานใดเป็นหลัก แต่หัวใจหลักของงานยังคงเกิดจากการร่วมมือกันของทุกภาคฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เริ่มแรกคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งได้นำชื่อมาใช้จัดการแข่งขัน รวมถึงมูลนิธิ วิทยาลัย ชุมชนในท้องถิ่น  และองค์กรท้องถิ่นอื่นๆในละแวกนั้น รวมถึงเครือข่ายนักวิ่ง อาสาสมัครกลุ่มต่างๆที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นวิ่งมาราธอน หรือเริ่มวิ่งมาแล้วแต่ยังไม่เคยไปงานที่จอมบึงเลย ขอแนะนำว่าอย่าได้พลาดงานในปีถัดไปครับ เพราะนี่คือที่สุดของงานแข่งวิ่งมาราธอนที่นักวิ่งทุกคนในประเทศไทยควรจะได้ไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต นอกจากจะวิ่งออกกำลัง ช่วยเสริมสุขภาพ ยังได้พบปะเพื่อนฝูงเครือข่ายนักวิ่งอีกมากมายด้วย